Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

วันนี้มีวิธีการที่จะทำให้มะละกอทุกต้นของท่านเป็นต้นกะเทย ให้ผลดกดังนี้ครับ
1.วิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเมื่อเพื่อนเกษตรกรจะทำการย้ายกล้าของต้นมะละกอ ควรรดน้ำให้ชุ่ม
2.ก่อนนำลงปลูกให้ตัดรากแก้วของต้นมะละกอ โดยการตัดรากแก้วออกให้เหลือประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หรือประมาณ 5 เซนติเมตร วัดจากปลายรากขึ้นไป
3.เมื่อตัดแล้วนำต้นมะละกอลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้
วิธีนี้นอกจากจะทำให้มะละกอติดลูกดกแล้ว ยังทำให้มะละกอโตเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็วขึ้น 1 เดือน ทั้งยังติดลูกดกทุกต้นด้วย
ข้อมูลอ้างอิง คุณสมพงษ์ อ่อนชัย จ.ขอนแก่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน

เขาบอกว่าที่สวนมะละกอของคุณสมพงษ์ เป็นต้นกระเทยทั้งหมด ทำให้ผลผลิตออกมาเยอะกว่าสวนอื่นๆ เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าต้นไหนเป็นต้นกระเทย ก็จะเสียเวลาในการใส่ปุ๋ย รดน้ำพรวนดิน เพราะพันธุ์ที่เอามาปลูกก็รับรองไม่ได้ 100%ว่าต้นไหนจะเป็นต้นกระเทย

30 บาททุกซอง

30 บาท รักษาทุกโรค หรือเปล่า ไม่ไช่!!    30 ที่ว่านี้คือเมล็ดผักครับ กฤษ์ดีไปเดินเปิดหูเปิดตาที่คาร์ฟูร์ ไปเดินหาหนังสือเกี่ยวกับการเกษตร และตั้งใจไปหาหนังสือของ ท่านสมณะ เสียง ศีล ชาต ว โร แต่ก็ไม่มี อยู่ในร้านหนังสืออยู่ร่วม 2 ชั่วโมง ก็เดินขึ้นไปชั้นสองของห้าง ไปเดินหาเมล็ดผักไว้ไปปลูกที่บ้าน เดินหาอยู่นาน หาไม่เจอเลยถามพนัักงานในห้าง ok เดินไปตามทางที่เค้าชี้ และแล้วก็เจอ และต้องตกตะลึงทันที เมล็ดผักพวกนี้พอขึ้นมาตากแอร์มันอัพค่าตัวกันขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย ตัดสินใจเดินกลับบ้านดีกว่าา ไปหละครับ แล้วเจอกานใหม่

เมื่ีอวานมีโอกาสได้ไปอบรมที่สวนเกษตรดาดฟ้าหลักสี่ ออกจากบ้าน เก้่าโมงเช้านึกว่าไกลใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย ก่อนหน้านี้ผมได้ข่าวว่าโครงการอบรวมที่สวนเกษตรดาดฟ้าหลักสี่นัั้น ได้มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก จำนวนรอบที่เปิดอบรมในช่วงเดือน กุมภา มีนา นั้นถูกจองที่นั่งเต็มหมดแล้ว ผมคิดอยู่นานนะครับกว่าจะตัดสินใจได้ คิดไปคิดมา “ไม่นั่งก็ได้ว่ะ ขอไปยืนเรียนก็ได้” Laughing พอถึงที่หมาย ได้ยินเสียงวิทยากรก็กำลังบรรยาย

ผมไปถึงที่นั่น 9:16 นาที ไปถึง ก็มีป้าคนนึงถามว่า “ลงทะเบียนหรือยัง” ผมก็ตอบว่า “ยังครับ” ป้าก็จัดแบบฟอร์มให้เสร็จสรรพ สงสัยป้าคนนี้จะคือป้า จิน กรอกเสร็จก็ได้ sheet ประกอบการเรียนมา แล้วก็หาที่นั่ง มองไปแถวหลังว่างนั่งได้ ก็ได้ที่นังแถวท้ายสุดเลย มองไปข้างหน้า คนก็มากันเยอะเหมืนกัน แต่เก้าอี้ว่างก็เยอะเหมือนกัน   (ข่าวว่าที่นั่งเต็มไม่ไช่เหรอ)  การเรียนการสอน ก็ดำเนินผ่านไป ช่วงแรกก็สอนเรื่องการทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ (อันนี้ดีครับเอาไว้ผสมปุ๋ยหมัก) มีช่วงเบรกไปดื่มน้ำทำธุระ  ช่วง สิบโมงกว่า หลังเบรก มาต่อกันด้วยวิธีการทำฮอร์โมนประเภทต่างๆ ยันเที่ยง พอถึงช่วงพักกินข้าว มีข่่ายร้ายมาเยือน……………ลืมเอาเงินไปด้วย ไปหยิบเอากล่องข้าวเค้าหละควักดูกระเป๋าโน้น กระเป๋านี้ก็ไม่มี ควักกระเป๋าสะพาย ได้ สิบแปดบาท (เวรกรรม) ตอนนั่งรถมาใช้เหรียญจ่ายครับ เลยไม่ได้ควักกระเป๋า เอาไงหละทีนี้ ผมเลยคืนข้าวเค้าไป แล้วรีบกลับห้องด่วน ดีนะมีติดกระเป๋า สิบแปดบาท พอดิบพอดีกับค่ารถ เมล์ 8 วิน10 กลับห้องรีบกินข้่าวแล้วรีบกลับไป (ดีนะห้องอยู่ไม่ไกล นั่งรถ 15 นาที) กลับไปถึง วิ่งขึ้นบันไดแปดชั้นไปถึงชัั้นแปด หอบแห่กเลยนั่งไปสักพักขาสั่นใหญ่เลยคราวนี้ ปกติอยู่ผมไม่ได้ไปไหนไ่ม่เคยออกไปบริหารร่างกาย นี้หละหน่า เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย จิงๆ พอไปถึงไปนั่งที่เดิม ฟังอะไรไม่รู้เรื่องหรอกครับตอนนั้น ตามันลายๆ….. น้ำๆ น้ำอยู่ไหน เดินหาน้ำ ได้น้ำแล้วค่อยยังชั่ว ช่วงบ่ายก็จะเป็นการทำหัวเชื้อเห็ด อันนี้ดีมากเลยเพราะสอนกันละเอียดตั้งแต่เพาะเชื้อบรรจุเชื้อ ทุกกระบวนการ สาธิตการทำไปด้วยระหว่างบรรยาย และก็มีสอนการทำถั่วงอกคอนโด 9 ชั้นเอ้ย 4 ชั้น ไม่ไช่สวนลุงนิล ที่นี่เค้าเอาถั่วงอกมาปาดให้ชิมกานเลยครับ สูตรที่นี่ น้ำที่ใช้รดถั่วงอกจะผสมน้ำตาลกลูโคสครับ

อีกวิชาก็คือ การทำสมุนไพรไล่แมลง อันนี้เด็ด ทริคการทำบาปเพียบ (ฮ่าฮ่า) ทริคการทำบาปแบบแรก เมื่อท่านเห็นมดแดงไฟมาทำรังใต้ต้นมะนาวหรือพีชผักอื่นๆของเรา มดแดงไฟนี่แสบนะครับ กัดเจ๊บไม่พอ พาเพลี้ยมาด้วย เอ้าเริ่ม เอาแป้งข้าวโพดผสมกับผงฟูและน้ำส้มสายชู อย่างละส่วน จากนั้นเอาไปโรยไว้ที่ทางเดินมัน มันจะมากิน เมื่อกินเข้าไปแล้วผงฟูจะทำปฏิกิริยากับน้ำในกระเพราะมดทำให้ผงฟูขยายตัว (ทรมานน่าดู) อีกสูตร แบบที่สอง สำหรับแมลงสาบ ก็ทำแบบเดียวกันแต่ เปลี่ยนจากผงฟูเป็นปูนปาสเตอร์ หุหุหุ ถ้าทำแล้วต้องให้ดู 84000 (แปดหมื่นสี่พัน) ให้ได้นะครับ ข้อมูลเนื้อหาในส่วนนี้ก็มีเยอะครับ ไว้จะนำเสนอในครั้งต่อไป​ พอแดดเริ่มตกก็พากันลงแปลง สอนวิธีการเพราะกล้าผัก การเตรียมแปลง เตรียมดิน เป็นขั้นเป็นตอนจนมาช่วงสุดท้ายก็เป็นช่วงคำถาม มีการถ่ายรูปร่วมกัน รุ่นที่ผมมานี้เป็นรุ่น 6 ครับ ใครสนใจก็ติดต่อไปได้ การอบรมจะมีขี้นอีกในวันที่ 13 มีนาคม 53 ก่อนกลับบ้านเก็บภาพบรรยากาศซะหน่อย ถ่ายจากโทรศัพท์ครับภาพอาจไม่คมชัดต้่องขออภัยด้วย

หลักสูตร 5 วัน 4 คืน

เนื้อหาหลักสูตร
1. เศรษฐกิจพอเพียง 1 ไร่แก้จน การเกษตรแบบพอเพียง
2. การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ TM ทองเหมาะ (แห้ง/น้ำ)
3. การทำปุ๋ยชีวภาพ, ฮอร์โมนผลไม้, ฮอร์โมนไข่, ฮอร์โมนรกหมู
4. การทำบัญชีครัวเรือน
5. การทำน้ำมันไบโอดีเซล / จุลทรีย์ไบโอดีเซล
6. การคัดพันธุ์ข้าว และการผสมพันธ์ข้าว
7. การทำไร่น่าสวนผสม, การทำนาอินทรีย์
8. การทำแปลงผักอินทรีย์
9. การเผาถ่านได้น้ำส้มควันไม้
10. การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากถ่านไม้ไผ่
11. การทำยาดมสมุนไพร, การทำน้ำยาสูตรต่างๆ
12. การทำปาทอ่งโก๋, น้ำเต้าหู้, ไข่เค็ม
13. การประดิษฐ์เครือ่งมือทางการเกษตร
14. ภาวะโลกร้อน
15. ธรรมะกับการเกษตรอินทรีย์
16.อื่นๆ

สถานที่อบรม สถาบันการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์สุพรรณบุรี
52 หมู่ 6 ต.วังหว้า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
โทร: 035-591524 โทรสาร 035-455297
086-1307071(คุณสุธาสินี)
089-7422741(คุณแก้ว)
Email= organic.suphan@gmail.com

การเดินทางไปศูนย์ครูทองเหมาะ
1.รถส่วนตัวจากกทม.เดินทางตามเส้นทางกรุงเทพ-ชัยนาท (บางบัวทอง) ถนนสาย340 ผ่านตัวจังหวัดสุพรรณบุรีตรงไปอ.ศรีประจันต์ ตามถนน 340 ถึงสามแยกไฟแดง อ.ศรีประจันต์ ให้เลี้ยวซ้ายไปทาง อ.ดอนเจดีย์(ถนนสาย3038) สังเกตหลักกิโลเมตรที่ 8 ตรงนั้นจะมีป้ายบอกทางเข้าโรงเรียนวังหว้าราษฎร์สามัคคี ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยตามป้ายโรงเรียน ประมาณ 150 เมตร ศูนย์ครูทองเหมาะอยู่ทางขวามือ
2.ขึ้นรถโดยสารประจำทางจาก หมอชิตหรือสายใต้ก็ได้ ให้ขึ้นรถสายกรุงเทพ-ท่าช้าง (สุพรรณบุรี) ซื้อตั๋วลงที่อำเภอศรีประจันต์ แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง บอกว่าไปศูนย์ครูทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ราคามอเตอร์ไซค์รับจ้างประมาณ 50 บาท (จากอ.ศรีประจันต์ถึงศูนย์ ระยะทางประมาณ 8 กม.)
3.ถ้ามาจากสายเหนือจากชัยนาท ใช้เส้นทางสาย 340 ลงให้ถึงอ.ศรีประจันต์ แล้วแยกขวาไปตาม ข้อ1.
4.ถ้ามาจากอ.ดอนเจดีย์ ให้เดินทางไป(ถนนสาย3038) อ.ศรีประจันต์ ถึงทางแยกเข้ารร.วังหว้าราษฎร์สามัคคี ตรงกม.8 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยประมาณ 150 เมตรศูนย์อยู่ขวามือ

ไก่ต๊อก

จำได้ว่าเมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็ก ผมได้เห็นไก่ประเภทนี้ และนั่นก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมได้เห็น แรกเห็นผมรู้สึกแปลกตา สวย และอยากได้ ภาพไก่มันอยู่ในหัวมาตลอด เลยครับ จนเวลาผ่านไป 16  ปี  ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอีก ได้เห็นเมื่อตอนที่กลับไปบวชเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว ก็กะไว้ว่า กลับไปตั้งตัวได้เมื่อไหร่จะหามาไว้เลี้ยงสัก 3-4 ตัว จากที่ได้ค้นหาข้อมูลใน google พบว่า ไก่ต๊อกเป็นสัตว์สังคมครับ ชอบอยู่กับเป็นกลุ่มใหญ่ ชอบไข่รวมกัน วิธีการสังเกตตัวผู้ตัวเมียให้ฟังจากเสียง

ตัวผู้ก๊อก(หยุด)..ก๊อก (หยุด)…ก๊อก (หยุด) ส่วนตัวเมีย ก๊อกก๊อก (หยุด) ก๊อกก๊อก (หยุด)

สรุป ผัว  1 ก๊อก เมีย   2 ก๊อก

ถ้ามีโอกาศได้เลี้ยงจะหาเลี้ยงไว้ แต่ตอนนี้คงได้แค่คิดไปก่อน

วันนี้ปวดหัวตุ๊บๆ

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ นั่งอยู่หน้าคอมตลอดทั้งวัน ปกติจะอยู่หน้าคอม เกิน 8 ชม. อยู่แล้ว แต่เมื่อวานก่อน เป็นวันที่อยู่หน้าคอมนานที่สุด  27 ชม. จุดเริ่มก็คือ วันที่ 23 ตื่นมาตอน หกโมงเช้า ก็มานั่งอ่านบทความในบ้านสวน และก็ ทำบล็อก คือผมทำบล็อคไว้ที่อื่นด้วยสองสามที่ เป็น Blog spot , wordpress,และก็ Flixa ก็เพิ่งเริ่มทำได้ไม่นาน พวกนี้ก็คือทำหาเงินครับ แหะๆ อีกอย่างผมกะว่าจะให้เป็นแหล่งข้อมูลของผมเองด้วย ก็เรียนรู้ไปทำไป ทำอยู่ทุกวัน ตอนเช้าก็ออกไปซื้อกับข้าวตามปกติ เพราะตอนเช้าบริเวนสี่แยกไกล้ๆนี้เค้าทำอาหารออกมาขายกัน เหมือนเป็นตลาดนัดย่อมๆ  บริเวนนี้เรียกว่า “สี่แยกแฟลชตำรวจ” ก็ออกไปซื้อเป็นประจำทุกวันถ้าตื่นเช้านะ ตื่นสายไม่ได้ เพราะตลาดวายแล้ว  หลังจากที่ทานเสร็จข้าวเช้าแล้ว ก็มาอยู่หน้าคอม พอเที่ยงก็ทานอาหารที่ซื้อมาตั้งแต่มะเช้า ตกเย็นก็ม่าม่าคลุกข้าว (ช่วงประหยัด) เสร็จแล้วอาบน้ำ จากนั้นก็มาอยู่หน้าคอม จนช่วง สามสี่ทุ่ม เริ่มง่วง แต่พยายามฝีนกะว่าอีกนิดเดียวค่อยไปนอน สักพักหลับบนเก้าอี้ (-_-“) หลับได้ สิบกว่านาที ตื่นทำต่ออยู่หน้าคอมต่อเพราะยังไม่เสร็จ ทำไปทำมา รู้สึกไม่ง่วงละ เอาละสิยาวเลยจนเช้า กลางดึกมีหิว ก็มาม่าเจ้าเดิม (รู้ทั้งรู้ว่ากินมากไม่ดี) ไม่รู้หละช่วงเวลานี้เลือกไ่ม่ได้  เห้อ…อออ(ห้าวนอนครับ) เริ่มหนักหัว ก็จนหกโมงเช้าก็เหมือนเดิม ออกไปซื้อน้ำเต้าหู้ หมูปิ้ง กินเสร็จทำต่อ (บ้าไปแล้ว) มันไม่ง่วงครับ แต่ ตุ๊บๆๆ ที่ท้ายทอยหนักขึ้น เลยได้ไปนอน งานนี้หลับยาว ตื่นเที่ยงคืืนวันที่ 25 ก็ก่อนจะเขียนบล็อคนี้ ก็อาบน้ำล้างชาม แต่ยังรู้สึกตุ๊บๆๆอยู่เลย เขียนไปหนักทนไป เอาละ ก็  ขอตัวไปหาอะไรทานก่อนหละครับ

ตัดสินใจแล้ว

วันนี้ผมตัดสินใจแล้วครับ ผมจะกลับไปทำเกษตรที่บ้านครับ กลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่มีอะไรแบบนี้หละ ไม่หงไม่หาแล้วงาน ไปสัมภาษท์หลายที่ก็ยังไม่มีที่ไหนเรียก ใครที่อ่านบล็อกผมที่เขียนไว้ครั้งแรก มาถีงตอนนี้จะว่าผมโง่ก็ได้ครับ ผมไม่ถือ ผมยังไม่มีภาระ หนี้สิน ผมคิดว่านี่คือโอกาสดีที่จะสร้างฝันของผม ถึงแม้ช่วงแรกจะลำบากอย่างไรก็ตามที ผมจะสู้ ทำอยู่ ทำกิน ให้สำเร็จ ผมอยากจะหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ ไปดูการปฏิบัติจริง ที่แรกที่คิดว่าจะไปก็คือสวนดาดฟ้า ที่เขตหลักสี่ เป็นที่แรก ใครมีที่แนะนำอีกบ้างครับ