Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘ศูนย์การเรียนรู้’ Category

หลักสูตร 5 วัน 4 คืน

เนื้อหาหลักสูตร
1. เศรษฐกิจพอเพียง 1 ไร่แก้จน การเกษตรแบบพอเพียง
2. การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ TM ทองเหมาะ (แห้ง/น้ำ)
3. การทำปุ๋ยชีวภาพ, ฮอร์โมนผลไม้, ฮอร์โมนไข่, ฮอร์โมนรกหมู
4. การทำบัญชีครัวเรือน
5. การทำน้ำมันไบโอดีเซล / จุลทรีย์ไบโอดีเซล
6. การคัดพันธุ์ข้าว และการผสมพันธ์ข้าว
7. การทำไร่น่าสวนผสม, การทำนาอินทรีย์
8. การทำแปลงผักอินทรีย์
9. การเผาถ่านได้น้ำส้มควันไม้
10. การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากถ่านไม้ไผ่
11. การทำยาดมสมุนไพร, การทำน้ำยาสูตรต่างๆ
12. การทำปาทอ่งโก๋, น้ำเต้าหู้, ไข่เค็ม
13. การประดิษฐ์เครือ่งมือทางการเกษตร
14. ภาวะโลกร้อน
15. ธรรมะกับการเกษตรอินทรีย์
16.อื่นๆ

สถานที่อบรม สถาบันการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์สุพรรณบุรี
52 หมู่ 6 ต.วังหว้า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
โทร: 035-591524 โทรสาร 035-455297
086-1307071(คุณสุธาสินี)
089-7422741(คุณแก้ว)
Email= organic.suphan@gmail.com

การเดินทางไปศูนย์ครูทองเหมาะ
1.รถส่วนตัวจากกทม.เดินทางตามเส้นทางกรุงเทพ-ชัยนาท (บางบัวทอง) ถนนสาย340 ผ่านตัวจังหวัดสุพรรณบุรีตรงไปอ.ศรีประจันต์ ตามถนน 340 ถึงสามแยกไฟแดง อ.ศรีประจันต์ ให้เลี้ยวซ้ายไปทาง อ.ดอนเจดีย์(ถนนสาย3038) สังเกตหลักกิโลเมตรที่ 8 ตรงนั้นจะมีป้ายบอกทางเข้าโรงเรียนวังหว้าราษฎร์สามัคคี ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยตามป้ายโรงเรียน ประมาณ 150 เมตร ศูนย์ครูทองเหมาะอยู่ทางขวามือ
2.ขึ้นรถโดยสารประจำทางจาก หมอชิตหรือสายใต้ก็ได้ ให้ขึ้นรถสายกรุงเทพ-ท่าช้าง (สุพรรณบุรี) ซื้อตั๋วลงที่อำเภอศรีประจันต์ แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง บอกว่าไปศูนย์ครูทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ราคามอเตอร์ไซค์รับจ้างประมาณ 50 บาท (จากอ.ศรีประจันต์ถึงศูนย์ ระยะทางประมาณ 8 กม.)
3.ถ้ามาจากสายเหนือจากชัยนาท ใช้เส้นทางสาย 340 ลงให้ถึงอ.ศรีประจันต์ แล้วแยกขวาไปตาม ข้อ1.
4.ถ้ามาจากอ.ดอนเจดีย์ ให้เดินทางไป(ถนนสาย3038) อ.ศรีประจันต์ ถึงทางแยกเข้ารร.วังหว้าราษฎร์สามัคคี ตรงกม.8 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยประมาณ 150 เมตรศูนย์อยู่ขวามือ

Advertisements

Read Full Post »

อเชิญเกษตรกร และประชาชนทั่วไป เข้ารับการฝึกอบรมโครงการพัฒนาการเกษตร
ตามแนวทฤษฎี ใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปีงบประมาณ 2553 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใดๆ ทั้งสิ้น)

ด้วยในปี 2553 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกรตามโครงการ การเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร และประชาชนทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินการพัฒนาการ เกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ ชาวบ้าน (นายถวิล เสียงแจ๋ว) หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อเงิน อำเภอลาดหลุม แก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยหลักสูตรจะเป็นเรื่องการปลูกข้าวตอซัง การทำ ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยอินทรีย์แห้ง ฮอร์โมนไข่ การทำน้ำส้มควันไม้ การทำสบู่ ถ่าน และอื่นๆ ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ ระยะเวลาอบรมจำนวน 3 วัน อบรม จำนวน 2 รุ่น รุ่นละ 30 คน
ขอเรียนเชิญเกษตรกรผู้สนใจติดต่อ สอบถามรายละเอียดได้โดยตรงที่ นาย ถวิล เสียงแจ๋ว โทรศัพท์
085-075-6131 หรือ นาย ชูชีย พุดซ้อน 085 – 3426287 และ พันเอก อุดม ธรรมนิทัศนา 085 – 1413373

ตารางการวิชาฝึกอบรม
วันที่แรก
– ฝึกปฏิบัติการทำบัญชีชาวนา
– การวางแผนการทำการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
– การตีป่นปุ๋ยอินทรีย์
– การสีข้าวและการฝึกปฏิบัติการสีข้าว

วันที่ สอง

– การทำปุ๋ยแห้งและน้ำ
– การทำน้ำส้มควันไม้
– การเผาถ่าน
– การทำน้ำยาล้างจาน
– การทำฮอร์โมนไข่
– การทำสารไล่แมลง
– การปั้นเม็ดปุ๋ย อัดเม็ดปุ๋ย – ผสมปุ๋ย
– การเพาะเห็ด
– การเพาะเลี้ยงไส้เดือน

รายละเอียด
นายถวิล เสียงแจ๋ว (หมอดินประจำจังหวัดปทุมธานี)
http://www.ldd.go.th/Lddwebsite/WEB_r01/Website_station/ptm01/mordinptn.html

แผนที่การเดินทาง
http://maps.google.co.th/maps/ms?hl=th&gl=th&ie=UTF8&oe=UTF8&msa=0&msid=105763749423882307058.00047d3d89c90a4b32e00
ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน (นายถวิล เสียงแจ๋ว)
อยู่ใกล้กับสถานีไทยคม ลาดหลุมแก้ว มหาวิทยาลัยชินวัตร วัดบ่อเงิน และวัดเจดีย์หอยครับ

Read Full Post »

เศรษฐกิจพอเพียงที่กล้า บ้า ขยัน แต่มีเงินเก็บเป็นล้านแบบสงวน

จากอดีตที่เป็นพนักงานบริษัทแห่ง หนึ่งเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์ในจังหวัดสมุทรปราการ มีรายได้ประมาณ 28,000 บาทต่อเดือน แต่ไม่เคยมีเงินเก็บ ทำให้เริ่มคิดถึงพระราชดำรัสของในหลวง ที่ทรงสอนว่าให้คิดถึงเรื่องการมีอยู่มีกินก่อนคิดถึงเรื่องรายได้ จึง ได้ลาออกจากงานมาทำอาชีพเกษตรกรรม เริ่มทำในตอนแรกจากที่เคยได้เงินเดือนละ 28,000 กลับมีรายได้แค่ 900 บาท ตอนแรกก็เริ่มท้อ แต่ทว่าพอดูเงินในบัญชีมีรายได้แค่ 900 แต่ก็ยังมีเงินเหลือเก็บตั้ง 300 บาท หลังจากนั้นก็มุ่งมั่นเดินตามรอยพ่อในการทำการเกษตร จนประสบความสำเร็จเป็นปราชญ์เกษตรที่มีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาเป็น หมื่นๆ คนต่อปี มาขอคำปรึกษาและเรียนรู้ว่าทำอย่างไรถึงได้ประสบความสำเร็จ และ “ความกล้า บ้า ขยัน” ที่เขาบอกนั้น ต้องกล้าและบ้าอย่างไรถึงจะมีเงินเหลือเก็บได้ถึงปีละล้านกว่าบาท

คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ ปราชญ์ชาวบ้าน ปี 2551 ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขากลม

ต.หนองทะเล อ.เมืองฯ จ.กระบี่ บอกถึงจุดเริ่มต้นของศูนย์ฯ ว่า จากปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ ทำให้คิดถึงในหลวงที่

ทรงสอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จากนั้นจึงตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นชีวิตการทำเกษตรที่บ้านเกิดของภรรยาที่ จ.กระบี่ ในพื้นที่เกือบ 8 ไร่ ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียงต้องสร้างโรงปุ๋ยก่อน ประกอบกับพื้นที่เป็นสวนปาล์ม ทางปาล์มมีเยอะก็ทำเป็นอาหารของวัว, แพะ (สัตว์ 4 กระเพาะ) ครบวงจรโดยไม่ต้องกินหญ้า โดยใช้ทางปาล์มมาบดและหมัก เมื่อวัวและแพะถ่ายออกมา นำมูลของมันมาหมักในบ่อก๊าซชีวภาพ ใช้เป็นก๊าซหุงต้ม ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อก๊าซไปได้เยอะ ส่วนขี้วัวที่เหลือยังไปทำเป็นอาหารปลาและปุ๋ยหมักได้ โดยมีการคำนวณว่ามูลวัว 1 ตัวจะมีปริมาณถึง 2 ตันต่อเดือน ทำให้ได้ก๊าซชีวภาพ 15-16 กิโลกรัมสำหรับใช้ในการปรุงอาหาร

“หลังจากทำ ก๊าซได้เพียงพอกับความต้องการใช้แล้ว ขี้วัว ขี้ไก่ที่เหลือเราก็นำมาทำปุ๋ยหมัก เวลาหมักก็มีสูตรหมัก 2 ประเภทอีก คือ สูตรคนขยันและสูตรคนขี้เกียจ แบบขยันก็คือวิธีที่ทำทั่วไปเราไม่พูดถึง เราพูดถึงแบบขี้เกียจ คือ ใช้ไก่มาเป็นตัวช่วยคลุกเคล้ามูลวัวกับส่วนผสมของปุ๋ยหมัก เพราะไก่จะทำงานวันละ 4 ชั่วโมง เช้า 2 ชั่วโมง เย็น 2 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดราชการ ระหว่างคุ้ยเขี่ยหาอาหารไก่ขับถ่ายออกมา ปุ๋ยชนิดนี้นำไปใช้ได้เลย”

เมื่อมีปุ๋ยแล้วก็ลงมือปลูกต้นไม้ ปลูกพืชแบบผสมผสาน ใช้วิธีปลูกผักแบบไฮโซ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนไม่มีที่ดินก็ปลูกได้โดยการปลูกผักบนที่สูง ใช้ยางรถยนต์เก่าๆ มาเป็นกระถาง ไม่ว่าจะเป็นผักสลัด พริก มะเขือ ปลูกถั่วฝักยาวบนต้นกระถิน ป้องกันปลวกกิน ปลูกผักหลายชนิดสลับกันเพื่อป้องกันแมลง วิธีนี้ไม่ต้องใช้ พื้นที่จำนวนมาก เมื่อมีผักแล้ว อาหารประเภทเนื้อสัตว์ก็สร้างกินเองได้ เขาเลือกที่จะขุดบ่อเลี้ยงปลา นอกจากอาหารปลาจากมูลสัตว์แล้ว ใช้เปลือกผลไม้ที่หาได้ง่ายในสวนผลไม้ข้างบ้านทั้งเงาะ มังคุด ชมพู่ แม้กระทั่งเปลือกทุเรียนนำมาใส่กากน้ำตาลหมักให้เปื่อยทิ้งไว้ 1 เดือน โยนให้ปลากินได้

“ถ้าไม่มี กากน้ำตาลก็ใช้น้ำมะพร้าวใส่ลงไป ใส่ ปด.6 ของกรมพัฒนาที่ดิน แล้วหมักไว้ 1

เดือน โยนให้ปลากินได้ จุลินทรีย์ที่อยู่ในกากน้ำตาลจะช่วยให้น้ำสะอาด 4 เดือนไม่ต้องถ่ายน้ำ ป

ลาจะโตเร็ว”

นอกจากจะบอกถึงเคล็ดลับการทำปุ๋ย หมักแบบง่ายๆ แล้ว คุณสงวนผู้ไม่หยุดคิดยังสอนให้เพาะเห็ดในโอ่งแบบประหยัดพื้นที่ และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปลูกโรงเรือนด้วย แต่ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนที่มาเยือนศูนย์แห่งนี้เห็นแล้วต้องทึ่ง อึ้ง และบอกว่าคิดได้ไงเนี่ย คือวิธีการปลูกกล้วยแบบตีกลับที่แปลก แหวกแนว ด้วยการนำยอดกล้วยลงดินแทนวิธีเดิมๆ โดยการขุดหลุมให้พอๆ กับความของหน่อ นำหน่อชี้ฟ้าเอาส่วนต้นที่มีใบลงดินแล้วจึงกลบดิน ประมาณ 15 วันกล้วยจะแทงหน่อออกมา คุณสงวนอธิบายว่า ถ้าปลูกกล้วยโดยนำหน่อหรือโคนลงดินเหมือนที่ปลูกกันอยู่ทั่วไปจะได้ต้นกล้วย 1 ต้น เมื่อออกลูกจะได้เครือหนึ่งประมาณ 7-8 หวี แต่ถ้าปลูกเอาปลายลงจะได้ต้นกล้วย 3-4 ต้น ได้กล้วย 3-4 เครือ แต่ละเครือจะได้กล้วยถึง 10 หวี วิธีนี้สามารถใช้ได้กับกล้วยได้ทุกชนิด และสาเหตุที่กล้วยให้ผลผลิตเพิ่มเท่าทวี เพราะว่าพืชกลัวจะสูญเสียเผ่าพันธุ์ตกใจกลัวจึงรีบออกลูกออกผล กล้วย ที่ปลูกแบบนี้จะผลิตอาหารให้ตัวเอง ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เป็นการทำให้พืชพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

นอกจากจะปลูกแบบแปลกพิสดารแล้ว เท่านั้นยังไม่พอ ยังคิดค้นวิธีการเพิ่มมูลค่าของกล้วย

ด้วยแต่งกลิ่นเข้าไปอีก กล้วยของคุณสงวนนั้นจะมี ทั้งกล้วยรสทุเรียน รสสตรอเบอรี่ รสวานิลลา หรือรสสละ อยากได้กล้วยรสอะไรสามารถทำได้ตามใจชอบ ทำได้โดยพอตอนกล้วยออกปลีก็ไปเจาะหรือกรีดลำต้นเป็นรูปสามเหลี่ยมจนถึงไส้ ทำให้เกิดแผล จากนั้นนำหัวเชื้อเข้มข้นและกลิ่นต่าง

ๆ ที่ต้องการ (สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาดจำพวกเดียวกับที่ใช้ทำกลิ่นไอศกรีม) ตกขวดละ 10

กว่าบาท นำมาชุบสำลีแล้วยัดเข้าไปในไส้ต้นกล้วย จากนั้นปิดไส้ต้นกล้วยให้เหมือนเดิม สัก 2 เดือนกล้วยก็สุกและจะได้กล้วยตามกลิ่นที่ใส่เข้าไป วิธี การง่ายๆ แบบนี้ แต่สามารถเพิ่มมูลค่าจากเดิมขายกล้วยได้หวีละ 10 บาท แต่พอแต่งกลิ่นและรสชาติพวกนี้แล้ว ขายดิบขายดีจนไม่พอขาย สามารถขายได้ถึงหวีละ 45 บาทเลยทีเดียว

“ผมว่าทุก วันนี้คนกลับบ้านไม่ถูกกัน ผมก็เลยมีโครงการกลับบ้านด่วน คือกลับมาอยู่กับความจริง เอาความจริงเป็นที่ตั้ง แล้วเอาความสุขเป็นตัวชี้วัด ผมคิดค้นสูตรทั้งหมดเพื่อคนด้อยโอกาส คนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และคนขี้เกียจซึ่งก็ถือว่าด้อยโอกาสเหมือนกัน ผมได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าในหลวง ท่านตรัสว่าให้พวกผมเป็นรถ แบ็กโฮ ที่ล้วงจิตสำนึกของคนที่อยู่ลึกลงไปต้องรีบดึงขึ้นมา เพราะทุกวันนี้ผู้คนโดนปลูกและฝังไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยค่า นิยมแบบผิดๆ มาตลอด ฉะนั้น เราต้องทำความเข้าใจกันใหม่ให้คนในชุมชนกลับบ้านเป็นที่ตั้ง กลับ มาหาความจริง คนที่บอกว่าทำไม่ได้ ไม่มีที่ดิน ไม่เคยทำเกษตร เป็นแค่ข้ออ้าง คุณมีที่ดินแค่ 1 งานก็ทำได้แล้ว ผมเชื่อว่าจริงๆ แล้วความจนไม่มีหรอก ที่บอกว่าจนเพราะความไม่พอต่างหาก”

ทุกวันนี้ศูนย์ฯ แห่งนี้มีผู้คนจากทุกสารทิศมาดูงานและฝึกอบรมไม่ขาดสาย ผลผลิตในสวนที่ปลูก ที่เลี้ยงไว้ก็นำมาปรุงเป็นอาหารต้อนรับผู้มาเยือน ผู้ที่อยากพักค้างคืนที่นี่ก็มีโฮมสเตย์ให้พักด้วย ลองเข้ามาสัมผัสบรรยากาศภายในศูนย์แล้วจะติดใจ เพราะการถ่ายทอดความรู้ของคุณสงวนนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ ผู้ฟังสนุกสนานตลอดเวลา แต่ในความสนุกสนานนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้ที่แปลกใหม่ ทำให้ผู้ฟังมีกำลังใจ รู้สึกว่าไม่ยากเกินกว่าที่จะทำได้จนอยากกลับบ้าน กลับไปหาความสุขแท้จริงที่บ้านเกิดอย่างผู้ชายคนนี้บ้าง ***ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านเขาพนม มีฐานการเรียนรู้อีกเยอะ อาทิเช่น การทำน้ำมันไบโอดีเซล การทำน้ำมันนวด การอบสมุนไพร การเลี้ยงเป็ดไก่คอล่อน การเพาะจุลินทรีย์ภูมิปัญญาไทย ปลาเค็มอบดิน จุลินทรีย์หน่อกล้วย การปลูกพืชตีกลับ เป็นต้น สนใจสอบถามได้ที่ คุณสงวน 08-9590-6738.

ที่มา : ไทยโพสต์

Read Full Post »